Logo นกน้ำ สถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ ชลบุรี
counter : 0 4 5 4 3
main ลักษณะการทำงาน ประวัตินกกระเรียน webboard
นกกระเรียนในประเทศไทย

นกกระเรียนในโลกมี ๑๘ ชนิด ในจำนวนนี้มี ชนิดที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ นกกระเรียนที่พบในประเทศไทยมีชื่อสามัญว่า Eastern Sarus Crane และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Grus antigone sharpii นกนี้มีถิ่นการแพร่กระจายพันธุ์บริเวณ ประเทศพม่า ภาคใต้ของลาว เวียดนาม ประเทศไทย เกาะลูซอนของประเทศฟิลิปปินส์ รัฐควีนสแลนด์ของประเทศออสเตรเลีย และบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย

รูปร่างลักณะ

นกกระเรียนจัดเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มวัยมีขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มวัยมีขนาดความยาวจากปากถึงปลายหางประมาณ ๑.๘-๒.๒ เมตร น้ำหนักประมาณ ๕ กิโลกรัม ทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีลักษณะรูปร่างและสีขนเหมือนกัน แต่เพศผู้มีน้ำหนักและความสูงมากกว่าเพศเมีย การแยกเพศของนกกระรเยนต้องอาศัยการสังเกตจากพฤติกรรมและการเกี้ยวพาราสีในช่วง ฤดูกาลผสมพันธุ์ ขนปกคลุมลำตัวของนกกระเรียนทั่วไปจะมีสีเทา ขนบริเวณส่วนหัวและลำตัวส่วนบนมีน้อยมาก มีตุ่มเล็กๆสีแดงกระจายอยู่ทั่ว บริเวณที่มองเห็นเป็นแถบสีแดง บริเวณคอด้านหน้าจะมีขนหยาบๆสีดำแทรกอยู่ ผิวหนังบริเวณกระหม่อมจะเป็นสีเทา หูมีแถบขนสั้นๆสีเทาอ่อน ปกคลุมเห็นได้ชัดเจน ขาและนิ้วเท้ามีสีชมพูอมม่วงหรือค่อนข้างแดง ตาสีส้ม ปากสีเทาอมเขียว
นกกระเรียนพันธุ์ไทย Eastern Sarus Cran ช่วงโตเต็มวัยจะ
แสดงเพศออกมาอย่างชัดเจนทั้งทางร่างกายและพฤติกรรม
นกกระเรียนพันธุ์ไทย Eastern Sarus Cran ช่วงโตเต็มวัยจะแสดงเพศออกมาอย่างชัดเจนทั้งทางร่างกายและพฤติกรรม

นกกระเรียนที่ยังไม่โตเต็มที่ จะมีขนปกคลุมลำตัวเป็นสีน้ำตาลอมเทา ขนที่หัวสีน้ำตาลอ่อน ตาสีเหลือง ส่วนลูกนกระเรียนจะมีขนอุย( Down Feather ) ปกคลุมทั่วตัว ขนบริเวณหัวและคอมีสีน้ำตาลอมเหลือง ขนข้างอกและหลังด้านบนเป็นสีน้ำตาลเข้ม บริเวณอกและท้องเป็นสีขาว

ลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทยมีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุมลำตัว ยังไม่สามารถแบ่งแยกเพศและหาอาหารกินเองได้ การเพาะเลี้ยงจึงต้องมีการอนุบาลอย่างใกล้ชิด

นกกระเรียนพันธุ์ไทยและนกกระเรียนพันธุ์อินเดีย มีลักษณะแตกต่างกัน กล่าวคือ นกกระเรียนพันธุ์อินเดียมีแถบขนสีขาวคั่นระหว่างส่วนบน ของคอที่เป็นแถบหนังสีแดงและคอส่วนล่างที่มีขนสีเทาปกคลุม และขน Secondary มีสีขาว ส่วนนกกระเรียนพันธุ์ไทยไม่มีแถบขาวคั่นและขน Secondary เป็นสีเทาเข้มเกือบดำ
ลักษะรูปร่างของนกกระเรียนคล้ายคลึงกับนกยาง ( Egret ) และนกกระสา ( Strok ) แต่สังเกตความแตกต่างได้จากขนาดและท่าบิน กล่าวคือ นกกระเรียนมีขนาดใหญ่กว่าและเวลาบินจะยืดคอตรงไปข้างหน้า ส่วนนกยางและนกกระสาเวลาบินจะหดคอเข้าหาตัว

การเคลื่อนที่ และการอพยพ แม้ว่านกกระเรียนจะมีน้ำหนักและขนาดตัวมาก แต่สามารถบินได้ในระดับที่สูงและไกลมาก ซึ่งมีรายงานหลายครั้ง เช่น Lavery และ Blackman (1969 ) รายงานว่าพบนกกระเรียนทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย เขาใจว่านกเหล่านี้อพยพมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีระยะทางไกลถึง ๓,๐๐๐ ไมล์

ชีววิทยาการสืบพันธุ์ นกกระเรียนเริ่มจับคู่ผสมพันธุ์เมื่ออายุ ๓-๔ปี การจับคู่ผสมพันธุ์เป็นแบบ Monogamy คือ นกเพศผู้จะอยู่ร่วมกับนกเพศเมียเพียงตัวเดียวตลอด ช่วงฤดูผสมพันธุ์ ช่วยกันสร้างรังและเลี้ยงลูกอ่อน


พฤติกรรมการจับคู่แบบ Monogamy ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ของนกกระเรียนไทย
จะช่วยกันสร้างรังบริเวณที่ลุ่มน้ำและผลัดเปลี่ยนกันฟักไข่
พฤติกรรมการจับคู่แบบ Monogamy ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ของนกกระเรียนไทยจะช่วยกันสร้างรังบริเวณที่ลุ่มน้ำและผลัดเปลี่ยน กันฟักไข่

ในช่วงฤดูผสมพันธุ์นกกระเรียนจะแสดงพฤติกรรมการเกี่ยวพาราสี ซึ่งสังเกตได้จากการกระโดหรือวิ่งพร้อมกับการกระพือปีกไปรอบๆพื้นที่ บางครั้งจะตบเท้า กระดกศรีษะขึ้น-ลง คาบวัสดุขว้างไปในอากาศ เพศผู้และเพศเมียจะส่งเสียงร้องประสานกัน เพศผู้จะร้องเสียงยาวระดับต่ำ ยืดคอและเงยปากทำมุมประมาณ ๑๓๕ องศากับพื้นดิน กางปีกและยกระดับขึ้นสูงระดับหลัง ส่วนเพศเมียจะยืนอยู่ข้างๆ เพศผู้ ปีกหุบแนบลำตัว เงยปากไปข้างหน้าทำมุมประมาณ ๖๐ องสากับพื้นดิน และเปล่งเสียงร้องสั้น ๆ ๒-๓ ครั้งประสานกับนกเพศผู้ที่ร้องเสียงยาวการร้องแต่ละครั้งใช้ เวลาประมาณ ๑๒-๓๐ วินาที นอกจากนกกระเรียนจะใช้เสียงร้องเพื่อเกี้ยวพาราสีแล้ว ยังใช้บอกอาณาเขตครอบครองของตนเองอีกด้วยิซึ่งสามารถใฃ้การร้องและท่วงท่าการแสดงออกแบ่งแยกเพศได้

นกกระเรียนจะเลือกสร้างรังในบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ ( Wetland ) หรือตามแหล่งน้ำ โดยนกทั้งสองเพศจะช่วยสร้างรังตามกอพืชน้ำ รังจะมีรูปกลม ลักษณะคล้ายกระจาด สร้างด้วยวัสดุที่เป็นพืชน้ำ รังจะอยู่สูงจากระดับน้ำประมาณ ๓ - ๒๕.๔ ซม.มีความแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนัก ของตัวนกได้ นกกระเรียนใช้เวลาในการสร้างรังประมาณ ๒ วัน

เมื่อได้ที่รังเหมาะแล้ว การฟักไข่จะผลัดเปลี่ยนกันระหว่างพ่อนก-แม่นก
ไข่นกกระเรียนต้องทำการบันทึกน้ำหนักเมื่อแม่นกออกไข่แล้ว

นกกระเรียนวางไข่ครั้งละ ๒ ฟอง ไข่แต่ละฟองมีระยะเวลาวางห่างกันประมาณ ๒ วัน ไข่จะมีสีขาว ผิวเรียบ บริเวณส่วนป้านของไข่จะเป็นจุดเล็กๆ มีสีม่วงหรือน้ำตาลกระจายอยู่ทั่วไปไข่มีขนาด ๖๔.๕ x ๑๐๔.๔ มิลลิเมตร น้ำหนักเฉลี่ย ๑๕๐ กรัม ตอนกลางวัน พ่อ-แม่ นกจะผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ฟักไข่โดยพ่อนกจะยืนห่างจากรังเล็กน้อย นกกระเรียนใช้เวลาในการฟักไข่ประมาณ ๓๐-๓๔ วัน ลูกนกที่ออกมาจะใช้เวลาห่างกันประมาณ ๓๖ ชั่วโมง

ลูกนกกระเรียนเป็นประเภท Precocial คือเมื่อฟักออกจากไข่แล้วมีขนปกคลุมตัวลืมตาได้ เนื่องจากลูกนกหลังฟักออกมายังไม่แข็งแรง จึงต้องพักตัวอีก ๒ วัน จากนั้น พ่อ-แม่นกจะพาออกหาอาหาร ช่วงนี้ลูกนกสามารถว่ายน้ำและเดนได้ เมื่ออายุ ๓ เดือน ขนปีกเริ่มเจริญขึ้น และยังอยู่รวมกับ พ่อ-แม่ จนอายุได้ ๙- ๑๐ เดือน ลูกนกจะแยกตัวออกมา ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มจับคู่ผสมพันธุ์

การเพาะเลี้ยงนกกระเรียน ของสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ
ชีวิตใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้น
ชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้น
นกกระเรียนไทยกลับคืนสู่ถิ่น อีกชีวิตบนแผ่นดินเกิด
การให้นกกระเรียน จับคู่กันเองโดยทดลองให้อยู่ร่วมกัน


สถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ อ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้
Copyright © 13 May 1999 Saksiri Sirikul All right Reserve