ไข้เลือดออก (Dengue Hemorhagic Fever) : สุขภาพพื้นฐาน, โรคและการดูแลสุขภาพ, โรคน่ารู้, ความรู้เรื่องสุขภาพ

เยี่ยมชม:๓๐๐๔๙๔๗ ครั้ง (สามล้านสี่พันเก้าร้อยสี่สิบเจ็ด)   วันนี้วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๓ ของวันที่ ๐๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
Visitor : 3004947
« กุมภาพันธ์ 2555 »
อา พฤ
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 1 2 3

วัน เหตุการณ์
03 วันทหารผ่านศึก
Moon Today

รางวัลอันดับที่ 3

เพื่อความรัก ความเข้าใจ และความอบอุ่นในครอบครัว
Basic Knowledge

มาเยี่ยมวันนี้



help to keep bknowledge.org
up and running!



ไข้เลือดออก (Dengue Hemorhagic Fever)

รูปยุงลาย ไข้เลือดออก
พบมากในเด็กอายุ 5-6 ปี รองลงมา 10-15 ปี และ 15 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มพบได้มากขึ้น มีการระบาดในฤดูฝน สาเหตุ 90% จะมีสาเหตุจากเชื้อเดงกี (Dengue) มีระยะฟักตัว 3-15 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูงคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีเพียงส่วนน้อยที่อาจมีเลือดออกหรือมีอาการรุนแรง ต่อมาเมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อซ้ำอีก ร่างกายจะเกิดปฏิกริยาทำให้หลอดเลือดฝอยเปราะ เกล็ดเลือดต่ำ ทำให้พลาสมาไหลซึมออกจากหลอดเลือด และมีเลือดออกง่ายเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะช็อก

โรคนี้มียุงลาย (Aedes aegyptl) เป็นพาหะนำโรคยุงชนิดนี้ชอบเพาะพันธุ์ตามแหล่งน้ำนิ่งในบริเวณบ้าน เช่น ตุ่มน้ำ โอ่งน้ำ จานรองตู้กับข้าว แจกัน ฝากะลา กระป๋องที่มีน้ำขัง เป็นยุงที่ออกหากินเวลากลางวัน

อาการของโรคแบ่งเป็น 3 ระยะ

ระยะที่ 1 ระยะไข้สูง จะมีไข้สูงเฉียบพลัน ไข้สูงลอยตลอดเวลา หน้าแดง ตาแดง ปวดศีรษะ กระหายน้ำ ผู้ป่วยจะซึม เบื่ออาหาร และมีอาเจียนร่วมด้วย ในราววันที่ 3 อาจมีผื่นแดงไม่คัน ตามแขน ขา และลำตัวอาจคลำพบตับโต และกดเจ็บเล็กน้อย

ระยะที่ 2 ระยะช็อกและมีเลือดออก อาการไข้เริ่มลดลง แต่ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนัก ปวดท้อง อาเจียน ตัวเย็น มือเท้าเย็น เหงื่อออก ปัสสาวะน้อย ชีพจรเร็วเบา ความดันต่ำ อาจเสียชีวิตภายใน 1-2 วัน อาจมีเลือดออกตามผิวหนัง เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือดสด หรือสีกาแฟ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ถ้าเลือดออกมากจะทำให้เกิดภาวะช็อครุนแรงถึงตายได้อย่างรวดเร็ว

ระยะที่ 3 ระยะฟื้นตัว ในรายที่มีภาวะช็อกไม่รุนแรง เมือผ่านช่วงวิกฤตไปแล้วอาการจะดีขึ้นอย่งรวดเร็ว สิ่งที่ตรวจพบคือไข้สูง 39-40 องศาเซลเซียส หน้าแดง เปลือกตาแดง อาจมีตับโต กดเจ็บ มีผื่นแดง หรือจุดช้ำเขียว ทดสอบทูนิเคต์ให้ผลบวก

อาการแทกซ้อน

  1. ภาวะเลือดออกรุนแรง
  2. ช็อก
  3. ตับวาย มีอาการดีซ่าน
  4. กล้อมเนื้อหัวใจอักเสบ
  5. หลอดลมอักเสบ
  6. ปวดบวมน้ำ

การรักษา

  1. ถ้าอาการไม่รุนแรง ควรให้การรักษาตามอาการโดยให้พักผ่อนมาก ๆ เช็ดตัวลดไข้ และให้ยาลดไข้ ถ้าเด็กเคยชักควรให้ยากันชัก ให้อาหารอ่อน ๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก และดื่มน้ำมาก ๆ 
  2. ถ้าอาเจียนมากหรือเกิดภาวะขาดน้ำ ควรส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

การป้องกัน

ทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายเช่น ปิดฝาโอ่งน้ำ และล้างโอ่งทุก 10 วัน เปลี่ยนน้ำในแจกันทุก 10 วัน จานรองตู้กับข้าว ควรใส่น้ำเดือดลงไปทุก 10 วัน หรือใส่เกลือแกง 2 ช้อนชาต่อน้ำ 1 แก้ว ควรเก็บกระป๋องกะลา ยางรถยนต์เก่า ๆ ทิ้ง หรือเทน้ำที่ขังออกให้หมด

เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน www.bknowledge.org/pum/object/page/access/health/files/10.html

ข้อมูล โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล โทร. 022794293
ภาพยุงลาย http://idsc.nih.go.jp/iasr/25/288/graph/df28872-e.gif
20 ตุลาคม 2551


Thai Digital Segment
 

พยากรณ์อากาศ


อัตราแลกเปลี่ยน





Valid HTML 4.0 Transitional ThaiBestJobs.Com :: แหล่งหางานทั่วประเทศไทย :: OMS Jobs Begin | ssaii.com ลงประกาศฟรี  ลงโฆษณาฟรี  ประกาศซื้อขายฟรี  โฆษณาฟรี  ลงประกาศขายบ้านฟรี   ลงประกาศโฆษณา siammix.net JobThaiWork.Com งานของคุณคืองานของเรา