ไวรัสตับอักเสบ เอ (Hepatitis A) : สุขภาพพื้นฐาน, โรคและการดูแลสุขภาพ, โรคน่ารู้, ความรู้เรื่องสุขภาพ

เยี่ยมชม:๑๑๕๓๕๗๑ ครั้ง (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นสามพันห้าร้อยเจ็ดสิบหนึ่ง)
Visitor : 1153571
« กันยายน 2553 »
อา พฤ
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 1 2

Moon Today

รางวัลอันดับที่ 3

เพื่อความรัก ความเข้าใจ และความอบอุ่นในครอบครัว
Basic Knowledge


help to keep bknowledge.org
up and running!



นาฬิกาเลขไทย Thai Digital

ไวรัสตับอักเสบ เอ (Hepatitis A)


VIRUS A โรคไวรัสตับเอกเสบ เอ คืออะไร

โรคไวรัสตับอักเสบ เอ หรือ ดีซ่านหรือโรคไวรัสลงตับ เกิดจากการอักเสบของเซลล์ตับ ทำให้ตับทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือน้อยลงเป็นผลให้เกิดการเจ็บป่วยโรคตับอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุแต่ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโดยเชื้อไวรัสที่พบบ่อยคือเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ และ บี อาการส่วนใหญ่ที่พบมักมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง หรือโรคดีซ่านแบบเฉียบพลันประมาณร้อยละ 60-70% ของผู้ป่วยมักเกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ

 


อาการของโรควัสตับอักเสบ เอ

โรคไวรัสตับอักเสบ เอ ในเด็กมักไม่มีอาการหรือมีแต่ก็ไม่ได้รุนแรงอย่างไรก็ตามบางครั้งอาจพบอาการรุนแรงได้ เน อาการตาเหลือง ตัวเหลืองเป็นเวลานาน ตับอักเสบอย่างรุนแรงจนตับวาย อาจเป็นผลทำให้เสียชีวิตได้ อาการจะรุนแรงมากขึ้นตามอายุ ในผู้ใหญ่ถ้าเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ เอ ส่วนใหญ่มีอาการรุนแรงมากกว่า อาการมักจะเริ่มต้นด้วยมีไข้ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียนหลังจากนั้นประมาณ 3-5 วัน จะเริ่มปัสสาวะสีเข้ม และมีไข้ตาเหลือง ตัวเหลืองปวดท้องบริเวณชายโครงด้านขวา การดำเนินโรคส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ โรคไวรัสตับอักเสบ เอ เป็นโรคที่ไม่มีการรักษาโดยเฉพาะ การรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ และการพักผ่อน

โรคไวรัสตับเอกเสบ เอ ติดต่อกันได้อย่างไร

เชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ ติดต่อโดยการรับประทานอาหาร และดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ ดังนั้นจึงพบการระบาดของโรคนี้ได้ในโรงเรียน, มหาวิทยาลัย และชุมชน บ่อยครั้งพบว่าเด็กเป็นตัวแพร่เชื้อไปสู่ผู้ใหญ่ในครอบครัวเดียวกัน ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ เอ สามารถแพร่เชื้อได้โดยพบเชื้อนี้ปนเปื้อนในอุจจาระประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน และหลังแสดงอาการ ดังนั้นผู้ป่วยจึงสามารถแพร่เชื้อไปได้ก่อนที่จะทราบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ เอ นอกจากนี้เชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ ยังอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายสัปดาห์

เราจะป้องกันในครอบคัวจากโรคไวรัสตับอักเสบ เอ ได้อย่างไร

ในอดีตคนไทยส่วนใหญ่มักมีภูมิคุ้มกันโรคตับอักเสบ เอ แล้วเพราะได้รับการติดเชื้อตั้งแต่เด็ก อย่างไรก็ตามการสาธารณะสุข และการสุขาภิบาลของประเทศไทยในปัจจุบันดีขึ้นอย่างมาก จึงทำให้การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ ในเด็ก และวัยรุ่นได้ลดลงอย่างมาก ทุกวันนี้เด็กไทยจำนวนมากที่ไม่เคยติดเชื้อนี้มาก่อนจึงไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้ และเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ เอมากขึ้น (รวมทั้งอาการที่พบในวัยหนุ่มสาว และผู้ใหญ่มักจะรุนแรง)

โรคไวรัสตับอักเสบ เอ สามารถป้องกันได้

ดูแลสุขภาพอนามัยของต้นและชุมชนให้ถูกต้อง
ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ เอ

virus a
เมื่อไหร่ควรฉีดวัคซีนป้องกัน

การฉีดวัคซีนป้องกัน ควรฉีดในเด็กตั้งแต่อายุ 2 ขวบเป็นต้นไป ก่อนเข้าอนุบาลหรือโรงเรียนประถมศึกษานอกจากนี้ในกรณีทีท่านต้องเดินทางไปในพื้นที่ ๆ มีโรคนี้ชุกชุมโดยปกติภายหลังการฉีดวัคซีนร่างกายจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการสร้างภูมิคุ้มกันจนสามารถป้องกันได้

การฉีดวัคซีนจะฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6-12 เดือน (ฉีดวันนี้และอีกครั้งตอน 6-12 เดือนข้างหน้า) โดยครั้งที่ 2 ต้องการให้ภูมิต้านทานอยู่นาน
โดยวัคซีนชนิดใหม่ ๆ นี้สามารถฉีดป้องกันโรคได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในขนาดเดียวกันจึงประหยัดกว่าวัคซีนชนิดเดิม


ข้อมูล โรคไวรัสตับอักเสบ เอ : โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล โทร. 02-2797000-9
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2551
picture from :
- http://news.bbc.co.uk/1/shared/spl/hi/health/03/travel_health/diseases/html/hepa.stm
- http://www.nlm.nih.gov/MEDLINEPLUS/ency/imagepages/9394.htm



 

ราคาน้ำมันจาก ป.ต.ท.


พยากรณ์อากาศ


อัตราแลกเปลี่ยน





Valid HTML 4.0 Transitional ThaiBestJobs.Com :: แหล่งหางานทั่วประเทศไทย :: ชุมชนออนไลน์ สรรหาความหลายหลาก ความพอใจอยู่ที่คุณ OMS Jobs Begin | ssaii.com